การเข้าชมเว็บไซต์นี้หมายถึงคุณอนุญาตให้เราทำการเก็บข้อมูลของคุณเช่น คุ้กกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ ข้อกำหนดการใช้งาน & นโยบายความเป็นส่วนตัว

เที่ยว King Power วันนี้ รับสิทธิ์พิเศษ!



จะชอบช้อปหรือชอบเดินทาง ก็ต้องมา!
จองบัตรโดยสาร NokScoot ที่งาน King Power Delights and Surprises 2019
ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ
วันนี้ – 20 ตุลาคมนี้ รับโปรโมชั่นสุดพิเศษ!

* คุ้มที่ 1 บัตรโดยสารราคาพิเศษในเส้นทาง กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น (โตเกียว,โอซาก้า)

ช่วงเวลาการจอง :  1-30 ต.ค. 62

ช่วงเวลาเดินทาง : 6 ม.ค. – 30 เม.ย. 63
ไม่สามารถเดินทางวันที่ 6-10 ก.พ.63, 2-20 เม.ย.63

* คุ้มที่ 2 รับ Promotion Code เมื่อลงทะเบียนหน้างาน รับส่วนลดทันทีเมื่อจองบัตรโดยสารกับ NokScoot

ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ
รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2muqz5u
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

#KingPower
#MyTravelDNA
#Celebrates30yearsOfaRemarkableJourney

สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้า KBank

เงื่อนไขส่วนลดสำหรับลูกค้า KBANK


  • รับส่วนลด 2,000 บาท/ ท่าน/ เมื่อจองบัตรโดยสารไป-กลับราคาปกติ ชั้นประหยัดพรีเมียม (ScootPlus) และรับส่วนลด 1,500 บาท เมื่อจองบัตรโดยสารไป-กลับราคาปกติ ชั้นประหยัด ประเภท FLYBAG และ FLYBAGEAT สำหรับเส้นทางดังต่อไปนี้
    • เส้นทาง กรุงเทพฯ – โตเกียว ที่ให้บริการโดยสายการบินนกสกู๊ต และสายการบินสกู๊ต (สำหรับการสำรองที่นั่งวันที่ 15-20 ต.ค. 62 และเดินทางวันที่ 15 ต.ค.62-30 ก.ย.63)
    • เส้นทาง กรุงเทพฯ – โอซาก้า, กรุงเทพฯ – ไทเป, กรุงเทพฯ – นานกิง, กรุงเทพฯ – เสิ่นหยาง, กรุงเทพฯ -ชิงเต่า, กรุงเทพฯ – เทียนจิน, กรุงเทพฯ – เดลี ที่ให้บริการโดยสายการบินนกสกู๊ต สำหรับการสำรองที่นั่งวันที่ 15-20 ต.ค. 62 และเดินทางวันที่ 15 ต.ค.62-30 ก.ย.63)
    • เส้นทาง กรุงเทพฯ – ซัปโปโร ที่ให้บริการโดยสายการบินนกสกู๊ต สำหรับการสำรองที่นั่งวันที่ 15-20 ต.ค. 62 และเดินทางวันที่ 27 ต.ค.62-28 มี.ค.63)
  • ส่วนลดนี้เฉพาะการสำรองที่นั่งผ่านทาง nokscoot.com พร้อมกรอกรหัสโปรโมชั่นที่ได้รับและชำระด้วยบัตรเครดิตกสิกรไทย เท่านั้น
  • การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือข้อมูลการเดินทางใดๆ เป็นไปตามเงื่อนไขที่สายการบินกำหนด
  • ผู้โดยสารจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการจอง (Processing Fee) ตามที่สายการบินกำหนด
  • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • สอบถามรายละเอียดเส้นทาง และการจองได้ที่ NokScoot Call Center 02 021 0000 (09.00 น. – 21.00 น.)
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-8888888
  • คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก

7 สิ่งสำคัญ ที่คุณควรรู้ก่อนไปเที่ยว ซัปโปโร-ฮอกไกโด กับ NokScoot

7 สิ่งสำคัญ ที่คุณควรรู้ก่อนไปเที่ยว ซัปโปโร-ฮอกไกโด กับ NokScoot

 

พี่บิ๊กเบิร์ดขอแนะนำว่า หากอยากไปเที่ยวซัปโปโรกับนกสกู๊ต ต้องรู้ 7 ข้อนี้ก่อน


 

1.วางแผนเที่ยวให้ดี

Image may contain: text

 

ใคร ๆ ก็รู้ว่าเมืองซัปโปโรและภูมิภาคฮอกไกโดนั้นใหญ่มากกก

เฉพาะภูมิภาคฮอกไกโดนั้น มีขนาดใหญ่กว่า โตเกียวถึง 37 เท่า ดังนั้นการจะเดินทางท่องเที่ยวให้ทั่วฮอกไกโด จำเป็นต้องวางแผนดีมาก ๆ เลย และถึงแม้จะมีรถประจำทางและรถไฟ แต่ก็ยังต้องใช้การวางแผนอยู่ดี ดังนั้น อย่าลืมวางแผนการท่องเที่ยวก่อนไปนะครับ

2.สุดยอดอาหารทะเล

 
 
นอกจากซัปโปโรที่เป็นเมืองหลัก ภูมิภาคฮอกไกโด ยังเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางอาหารอย่างมาก และที่สำคัญคือ อาหารเด็ดมากกก โดยเฉพาะอาหารทะเลที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮาโกะดาเตะ โอตารุ คุชิโระ ที่มีชื่อเสียงเรื่องอาหารทะเลสุดอร่อย คือปลาหมึก แม่นทะเล กั้ง หรือแม้แต่ปลาแซลม่อน

3.สุดยอดเนื้อวัวอยู่ที่นี่

Image may contain: food and text

เรื่องอาหารในซัปโปโร-ฮอกไกโดยังไม่จบแค่นั้น! เพราะนอกจากจะมีอาหารทะเล
ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีเนื้อวัวพันธุ์ดีแสนอร่อยให้เลือกอีกมาก เพราะเนื่องจากภูมิภาคนี้ ส่วนใหญ่เป็นภูมิภาคเกษตรกรรม มีการเลี้ยงวัวนมและวัวเนื้อเป็นหลัก โดยเฉพาะเนื้อที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง เนื้อวากิวนั่นเอง

4.ภูมิภาคนี้ เที่ยวได้ทั้งปี

No photo description available.

รู้ไหมว่า เอาจริง ๆ แล้ว ฮอกไกโดตั้งอยู่ในละติจูดที่ใกล้เคียงกับ มหานครนิวยอร์ค และเมืองโตรอนโตประเทศแคนาดา ซึ่งจะทำให้ฤดูที่น่าเที่ยวที่สุดเป็นฤดูร้อน แต่ว่าเอาเข้าจริงแล้ว การมาเที่ยวซัปโปโร-ฮอกไกโดนั้น สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปีเลย เพราะนักท่องเที่ยวจะพบกับความสวยงามของภูมิภาคนี้ได้อย่างหลากหลาย

5.ถนนที่ซัปโปโร เป็นระเบียบมาก

Image may contain: sky, outdoor and text

เนื่องจากซัปโปโรเป็นเมืองสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะในค.ศ.1869 รัชสมัยเมจิ ได้มีการออกแบบถนนเมืองซัปโปโรให้เป็นรูปแบบตาราง โดยการแบ่งโดยใช้แม่น้ำกั้น จากเหนือไปใต้ ตะวันออกไปตะวันตก ทำให้ผู้ที่มาซัปโปโร สามารถเดินทางได้ โดยไม่งงและง่ายต่อการเดินทางอีกด้วย

6.ไปฟังสำเนียงฮอกไกโดกัน

Image may contain: night, car and outdoor

เมื่อมาถึงซัปโปโร อีกหนึ่งสิ่งที่เราจะได้เจอแน่นอนคือ เราก็จะได้พบกับภาษาญี่ปุ่นสำเนียงฮอกไกโดนั่นเอง ซึ่งอาจจะแตกต่างจากภาษาญี่ปุ่นที่อื่นสักหน่อย เนื่องจากเป็นสำเนียง หรือภาษาของภูมิภาคนี้ คือภาษาสำเนียงของชาวไอนุ (Ainu) ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองของญี่ปุ่น แต่แน่นอนว่า ไม่เป็นปัญหาสำหรับการเที่ยวแน่นอน!

7.NokScoot เปิดเส้นทางใหม่บินตรงซัปโปโรแล้ว!

Image may contain: text

สุดท้ายคือ นกสกู๊ตเปิดเส้นทางใหม่ บินตรงลงซัปโปโรแล้ว

 เริ่มต้นเพียง 3,670 บาท รวมภาษีแล้วต่อเที่ยวบิน บินเวลาดี 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
 ราคาดี ราคาประหยัด เหลือเงินไปช็อปอีกเพียบ

เที่ยวก่อน เท่ก่อน จองเลยที่ www.nokscoot.com

7 เทคนิคเด็ด นั่งเครื่องอย่างไรให้สบาย?

เพื่อน ๆ เคยไหมครับ พอบินนาน ๆ อาจทำให้เหนื่อย แล้วเดี๋ยวจะทำให้ทริปกร่อยหรือหมดสนุกเสียก่อน วันนี้ พี่บิ๊กเบิร์ดขอแนะนำ 7 เทคนิคเด็ด ที่จะทำให้เมื่อเรานั่งเครื่องไปนาน ๆ แต่ก็ยังรู้สึกสดชื่น ไปถึงที่หมายอย่างสบายกาย และสบายใจอีกด้วยครับ

มาดู 7 เทคนิคที่ว่ากันเลย!



1.ไอเท็มต้องพร้อม!

การเดินทางเป็นระยะเวลานานกว่า 5-6 ชั่วโมง เช่นไปโตเกียวหรือโอซาก้านั้น อาจจะเป็นระยะเวลานา ถ้าอยากนั่งสบาย อาจจะต้องอาศัยอุปกรณ์ในการเดินทางติดตัวไว้บ้าง อย่างแรกที่สำคัญถ้าเพื่อน ๆ อยากจะพักผ่อนบนเครื่องแบบสบาย ๆ อาจจะมีหมอนรองคอไว้ ซึ่งเป็นสำคัญสำหรับคนที่อยากจะนอนมาก ๆ หรืออาจจะนำเอาที่ปิดตาและจุกอุดหูไปด้วย เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

2.ดื่มน้ำให้พอเหมาะ

การดื่มน้ำมีความสำคัญมากในการเดินทาง การดื่มน้ำที่พอเหมาะจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นแล้ว ยังช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นของผิวเมื่อเจออากาศที่เย็นหรือแห้งอีกด้วย ในขณะเดียวกัน

3.หาที่นั่งที่เป็นเบาะขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางขากว้าง ๆ

ยิ่งมีเบาะขนาดใหญ่ ก็หมายความว่าจะยิ่งมีความสะดวกสบายมากขึ้นในการเดินทาง รวมถึงพื้นที่กว้าง ๆ ในการวางขา (Legroom) ก็จะทำให้คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางได้มากขึ้นอีกด้วยครับ

4.หาเพลงสบาย ๆ ฟัง

แน่นอนว่าระหว่างการบิน อาจมีเสียงรบกวนบ้าง ดังนั้นหากใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือชอบฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลาย อย่าลืมหาเพลย์ลิสต์เพลงเบา ๆ สบาย ๆ ไปฟังระหว่างเดินทางด้วยนะครับ

5.นั่งในท่าที่สบายที่สุด

ท่านั่งในระหว่างที่เราเดินทางก็สำคัญไม่แพ้กัน หากนั่งในท่าที่เราไม่สบายหรืออึดอัด ก็จะทำให้พักผ่อนไม่พอ รวมถึงอาจปวดเมื่อยตามเนื้อตัวได้อีกด้วย ดังนั้น ควรจัดท่านั่งให้ตลอดการเดินทางของเราสบายที่สุด

 

ที่นั่ง ScootBiz ของสายการบิน NokScoot เป็นที่นั่งหุ้มหนังเต็มเบาะที่ให้พื้นที่วางขาถึง 38 นิ้ว (96.5 ซม.) และความกว้าง 21.7 นิ้ว (55.1 ซม.) พนักพิงเอนหลังขนาด 8 นิ้ว (20.3 ซม.) เพิ่มพื้นที่พักเท้าและที่เท้าแขนที่พับ

6.ใส่เสื้อผ้าที่ไม่คับจนเกินไป

เวลาเดินทาง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเสื้อผ้า การที่เราใส่เสื้อผ้าหรือชุดที่หนาจนเกินไป หรือคับจนเกินไป อาจทำให้รู้สึกอึดอัดไปตลอดการเดินทางได้ ดังนั้น ควรเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับร่างกายไม่คับหรือหลวมจนเกินไป เพราะนอกจากการเดินทางบนเครื่องแล้ว เรายังต้องเดินทางในสนามบินด้วย

7.นั่งริมทางเดินหรือนั่งริมหน้าต่าง เลือกได้แล้วแต่ความชอบ

บางคนถามว่า นั่งริมทางเดิน หรือริมหน้าต่าง แนะนำให้นั่งตรงไหนดี? พี่บิ๊กเบิร์ดก็ต้องบอกว่าแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะครับ หากเราชอบมองเห็นวิว การนั่งริมหน้าต่างอาจจะดีกว่าครับ

แค่ทำตามเทคนิค 7 อย่างนี้ ก็ทำให้เราเดินทางได้สบายขึ้นบนเครื่องบินแล้วครับ
อย่าลืมนำไปใช้กันนะครับ

4 เส้นทางเด็ด! พิชิต(ใจ)เขาหน้าร้อนที่ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม-กันยายนนั้นถือเป็นช่วงหน้าร้อนญี่ปุ่นซึ่งอาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะอากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่แท้จริงแล้วถือเป็นสวรรค์ของนักเที่ยว เพราะค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักที่จะถูกกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกหลาย อย่างที่น่าสนใจไม่แพ้ฤดูอื่น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการพิชิตยอดเขาที่นักปีนเขาทั่วโลกต่างเฝ้ารอ



พี่บิ๊กเบิร์ดและ NokScoot จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 4 เขาที่ต้องไปพิชิตสักครั้งในชีวิต พร้อมกับแนะนำเวลาที่จะใช้กัน เผื่อจะเป็นทางเลือกให้เพื่อน ๆ บินไปญี่ปุ่นทั้งโตเกียวและโอซาก้าด้วยเครื่องใหญ่นั่งสบายของสายการบินNokScoot ในหน้าร้อนนี้กันครับ


ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji)

แน่นอนว่า ภูเขาลูกแรกที่พี่บิ๊กเบิร์ดจะพาไปทัวร์เลยก็คือ ฟูจิซัง นั่นเอง ซึ่งปกติถ้าเราเข้าไปเยี่ยมชมก็จะสวยงามเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่ในช่วงหน้าร้อนนั้น ใครเป็นสายผจญภัยอยากสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ  ช่วงตั้งแต่ต้นเดือน กรกฎาคม จนถึงกลางเดือนกันยายน หิมะบนยอดเขาจะละลาย และสามารถให้นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปได้ ซึ่งหากใครที่มีเวลาจำกัดในการท่องเที่ยว หรือไม่อยากใช้เวลานาน ๆ  พี่บิ๊กเบิร์ดก็ขอแนะนำเส้นทางนี้ครับ  เพราะอยู่ใกล้โตเกียว เดินทางจากเที่ยวบินของนกสกู๊ตไปลงสนามบินนาริตะได้และเดินทางต่อไปยังชิซูโอกะโดยใช้เวลาไม่นาน โดยฟูจิแบ่งออกเป็นทั้งหมด 10 ชั้น จุดเริ่มต้นการปีนเขาจะอยู่ที่ชั้น 5 จนถึงชั้นสุดท้ายคือชั้น 10 ที่ความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล  

เวลาที่แนะนำในการท่องเที่ยว: 2 วัน 1 คืน


ภูเขาฮาคุบะ (
Mt.Hakuba)

ถือเป็น Unseen Japan อีกที่หนึ่งที่พี่บิ๊กเบิร์ดแนะนำ เพราะนอกจากจะมีทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็น สวรรค์แห่งกีฬาบนภูเขา โดยเฉพาะการปีนเขาและสกีอีกด้วย หากปีนไปถึงจุดที่มีความสูงที่สุดจะสูงถึง 2,182 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถึงแม้จะมีความชันค่อนข้างมาก แต่อากาศเป็นใจเย็นสบาย ทำให้เดินได้ต่อเนื่อง อีกทั้งในหน้าร้อนแบบนี้ เรายังสามารถไปเล่นกีฬาอื่น ๆ นอกจากปีนเขา อย่างเช่นบอร์ดยืนภาย บอลลูน หรือล่องแพยางได้อีกด้วย ซึ่งภูเขาฮาคุบะนั้น ตั้งอยู่ในตำบลคิตะอาซึมิ จังหวัดนากาโน่ ที่สามารถเดินทางด้วยการบินกับสายการบิน NokScoot ไปลงสนามบินนานาชาติคันไซ โอซาก้า จากนั้นจึงเดินทางไปจังหวัดนากาโน่ต่อ เพียงแต่อาจจะต้องเผื่อเวลาไว้มากกว่าภูเขาฟูจิเล็กน้อย เพราะการเดินทางที่ใช้เวลานานนั่นเอง

เวลาที่แนะนำในการท่องเที่ยว: 3 วัน 2 คืน


ภูเขาซึบาคุโระ (
Tsubakuro Dake)

ไม่ไกลจากหมู่บ้านฮาคุบะ เราสามารถไปกันต่อได้ที่ภูเขาซึบาคุโระ ดาเกะ หรือภูเขานกนางแอ่น บนความสูง 2,763 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งภูเขาลูกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นทางเหนือ (Northern Japan Alps) ซึ่งเราจะสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามไปพร้อม ๆ กับการชมทัศนียภาพของเมืองอะซุมิโนะได้ เพราะเทือกเขาดังกล่าวจะมีแม่น้ำกั้นกลางระหว่างเขาอีกด้วย

เวลาที่แนะนำในการท่องเที่ยว: 3 วัน 2 คืน


ภูเขายาริ(Mt.Yari)

ถือเป็นภูเขาที่สูงที่สุดลำดับที่ 5 ของญี่ปุ่น ด้วยความสูง 3,180 เมตร และถือเป็น 1 ในภูเขาที่ฟูคาดะ เคียวยะ นักปีนเขาและนักเขียนยกย่องไว้ในหนังสือของเขาเรื่อง 日本百名山 (Nihon Hyaku-meizan) ว่าเป็นหนึ่งในภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น 100 ลูก ด้วยธรรมชาติรายล้อมที่สวยงามและลักษณะเหมือนหอกพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ทำให้ภูเขายาริได้รับการเรียกด้วยชื่อเล่นว่า “ภูเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ของญี่ปุ่น” ( แมทเทอร์ฮอร์นคือยอดเขาที่โดดเด่นที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเทือกเขาแอลป์) และด้วยความสูงและความชัน หากจะปีนเขายาริทั้งหมด จะต้องใช้เวลาเกือบ 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ถ้าได้ขึ้นไปแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

เวลาที่แนะนำในการท่องเที่ยว: 4 วัน 3 คืน


นอกจากเส้นทางที่พี่บิ๊กเบิร์ดและ NokScoot  แนะนำข้างบนแล้ว ยังมีเส้นทางปีนเขาและกิจกรรมอีกมากในญี่ปุ่นที่ในหน้าร้อนนั้นเราสามารถไปเที่ยวกันได้ ทั้งได้ความสนุกในการผจญภัย และได้บรรยากาศของธรรมชาติอีกด้วยครับ แล้วอย่าลืมบินไปเที่ยวโตเกียว-โอซาก้า เส้นทางสุดฮิตของ NokScoot กันในหน้าร้อนของญี่ปุ่นกันนี้นะครับ


อ่านบทความอื่น ๆ ได้เลย

5 ที่เที่ยวสุดฮิต ต้องพิชิตเมื่อไปญี่ปุ่น!

ที่เที่ยวสุดฮิตในญี่ปุ่นเหล่านี้ พี่บิ๊กเบิร์ดเชื่อว่า เป็นจุดมุ่งหมายที่เพื่อน ๆ ต้องชอบไปกันแน่นอน!


1.ภูเขาไฟฟูจิ

“ภูเขาไฟฟูจิ” หรือที่นักท่องเที่ยวหลายคนเรียกว่า “ฟูจิซัง” ที่บอกได้ว่า ใครได้ไปเยือนแล้วครั้งหนึ่ง ก็ต้องมีครั้งอื่น ๆ ตามมาอีกแน่นอนครับ ด้วยความสวยงามของฟูจิซังเองและสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ รวมถึงยังสามารถเดินทางได้ไม่นานจากโตเกียว ทำให้ภูเขาไฟฟูจิ ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งสายชิลและสายชิคมาก ๆ เลยล่ะครับ

2.ปราสาทฮิเมจิ

ปราสาทฮิเมจิ หรือปราสาทนกกระสาขาว (ฮากุระโจ) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมชอบไป เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้โอซาก้า และเดินทางง่ายด้วยรถไฟแล้ว ตัวปราสาทเองยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น จนถึงกับได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นเลยทีเดียว ทั้งยังเป็นสถานที่ที่แทบไม่ถูกภัยสงครามทำอันตรายใด ๆ เลยอีกด้วย สำหรับที่เรียกกันว่าปราสาทนกกระสาขาวนั้น มีที่มาจากพื้นผิวภายนอกที่เป็นสีขาวสว่างนั่นเอง

3.คามากุระ

หลาย ๆ คนที่ไปวางแผนกำลังจะไปเที่ยวโตเกียว NokScoot ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกล นั่นคือเมืองคามากุระ โดยเฉพาะวัดโคะโตะคุอิน ที่มีพระใหญ่ไดบุตสุ ซึ่งเป็นที่นิยมสักการะของชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว แถมยังขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย แถมยังเป็นมุมที่นักท่องเที่ยวยังนิยมไปถ่ายรูปกันด้วยนะครับ และด้วยความที่องค์พระใหญ่นั้น หากมองไกล ๆ จะดูไม่สมส่วน เพราะลักษณะของพระหัตถ์จะเล็กกว่าช่วงตัว ดังนั้นหากอยากได้มุมสวย ๆ ควรเข้ามาใกล้องค์พระประมาณ 4-5 เมตร

4.ย่านชินเซไก 

ย่านชินเซไก (Shinsekai) ที่แปลว่าโลกใหม่เป็นย่านคึกคักสุดเจ๋งอีกแห่งหนึ่งที่เมื่อเพื่อน ๆ ไปเที่ยวโอซาก้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนิยมไปช็อปปิ้งแล้ว ในตอนกลางคืน ยังถือว่าย่านนี้เป็นย่านที่พลุกพล่านเอามาก ๆ เลยล่ะครับ นอกจากนี้ ใครสายชอบกินอาหารอร่อย ๆ ยิ่งควรไปอย่างยิ่งเพราะในย่านชินเซไกนี้ ยังมีตรอกจันจัน โยโกะโช(Jan Jan Yokocho) ที่เป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหารของคนญี่ปุ่นอีกด้วยครับ


5.ปราสาทโอซาก้า

ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ได้ครับสำหรับปราสาทโอซาก้า ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคเซ็นโกคุของญี่ปุ่น ด้วยรูปทรงของตัวปราสาทที่ดูน่าเกรงขามแต่สวยงาม อีกทั้งยังมีสวนอยู่โดยรอบ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นที่มาดูซากุระ จึงทำให้ปราสาทโอซาก้า เป็นอีกที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้เลยครับ